2 ปีก่อน
-Arioka's part-
สวัสดีผมอาริโอกะ
ไดกิ นักเรียนมัธยมปลายปี 1 เป็นครั้งแรกที่ผมต้องเข้ามาในโตเกียวคนเดียว
แถมต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ไปอีก 3 ปี
เพราะความเห็นจากคุณแม่ว่าถ้าผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
จำเป็นต้องมีความเป็นส่วนตัวล่ะนะ ถึงผมจะแย้งไปว่าขอแค่แยกห้องส่วนตัวก็พอแล้ว
แต่คำสั่งของคุณแม่มันคือคำประกาศิตที่ไม่ว่าคุณพ่อก็ช่วยผมไม่ได้สะด้วยสิ T^T
และนี่ก็คือบ้านของคนรู้จักแม่ที่ผมต้องมาอาศัยอยู่ด้วย
‘บ้านอิโนโอะ’ มันใหญ่พอสมควรเลยล่ะ
แถมยังเป็นบ้านที่อยู่ใจกลางโตเกียวอีกต่างหาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องรวยขนาดไหน สภาพผมตอนนี้เหมือนคนมาสมัครเป็นคนสวนก็ไม่ปาน
อนาถตัวเองแท้ไดกิเอ๋ยยย
ผมวางของลงบนพื้น
ก่อนจะกดออดที่ติดอยู่ริมรั้วบ้าน
สักพักก็มีผู้ชายอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผมออกมาเปิดประตูให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ไดจังสินะ
คุณน้าโทรมาบอกเรียบร้อยแล้วล่ะมานายจะมา ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปรับที่สถานี”
เขาทักทายผมเหมือนคนที่สนิทสนมกันมานาน พร้อมแย่งกระเป๋ามาถือเดินนำเข้าไปในบ้าน
“อ่า จะว่ายังไงดีล่ะ ไม่รู้แม่นายได้บอกหรือเปล่าว่าที่บ้านนี้ มีฉันอยู่คนเดียว
พ่อแม่ฉันไปทำงานต่างประเทศน่ะ อ้อ! นายคงยังไม่รู้จักชื่อฉันสินะ อิโนโอะ เคย์
เรียกเคย์ก็ได้ ยังไงก็อยู่บ้านเดียวกันแล้วนี้น่า ไม่ต้องเกรงใจหรอก
ฉันอยู่คนเดียวออกจะเหงา ฉันฝันอยากมีน้องชายมานานแล้วล่ะ
ต่อไปนี้ฉันจะเป็นพี่ให้นายเองนะ” เขาว่าพลางตบมือลงมาที่บ่าผม
1 ที ผมก็ได้แต่ยิ้มรับแบบแห้งๆ
“เอ่อ…อิโนโอะซังครับ”
“ไดจังเรียกฉันว่าไงนะ”เขาหันมาเท้าเอวทำหน้ามุ่ยใส่ผม
“เอ่อ
เคย์ครับ” เขายิ้มกริ่มอยากพอใจ
“เอาล่ะน้องชาย
มีอะไรก็ว่ามา”
“ห้องน้ำอยู่ทางไหนหรอครับ
เอ่อ…ผม”
“อ้อ
เดี๋ยวพาไปที่ห้องเลยล่ะกัน มีห้องน้ำอยู่ในห้องนั้นล่ะ ตามสบายเลยนะ”
อิโนะจังหิ้วข้าวของของผมเดินนำหน้าไปวางไว้หน้าห้องที่อยู่ลึกสุดของทางเดิน
“ห้องข้างๆ นี้ห้องฉันเองนะ มีอะไรเรียกได้เลย แล้วเดี๋ยวสัก 5 โมงไปหาอะไรกินกัน
ตกลงนะ” เขาว่าพลางลูบหัวผมสองสามที แล้วเดินเข้าไปในห้องของเขา
หลังจากที่อิโนะจังเดินเข้าห้องตัวเองไปแล้ว
ผมก็ลากของเข้าไปในห้อง แล้วทิ้งตัวนอนลงอย่างรวดเร็ว
ไอ้ที่อยากเข้าห้องน้ำอะไรนั้นน่ะ โกหกทั้งเพ ผมแค่เหนื่อยเท่านั้นเอง เดินทางมาทั้งวัน
เพื่อมาฟังคนที่เพิ่งเจอหน้าค่าตากันไม่กี่นาทีบ่นอะไรไม่รู้ให้ฟัง น่ารำคาญจะตาย!!
ไหนจะมาเรียกชื่อผมแบบสนิทสนมนั้นอีก หงุดหงิดก็หงุดหงิดหรอกนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้สินะ
เฮ้อออออออ
.
.
.
.
“อื้อ…”
“5 โมงตามที่นัดแล้วนะ
ตื่นเถอะ” ผมรับรู้ถึงแรงสัมผัสแรงๆที่หน้าผาก แป๊ะ!
“จิ๊!”
ผมเด้งตัวลุกจากที่นอน อย่างรวดเร็ว
ผมไม่ชอบคนมากวนเวลาผมนอนด้วยสิ ไม่อยากเสียมารยาทหรอกนะ
แต่เวลาแบบนี้ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้หรอก
“5555 ทำหน้าหงุดหงิดสะแล้วสิ
ขอโทษล่ะกัน แต่ผมก็ไม่ชอบคนเบี้ยวนัดเหมือนกันนะ” เขายิ้มหน้าตาเจ้าเล่ห์
แล้วเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะเอี้ยวตัวโยนบางอย่างมาให้ผม “กุญแจห้องน่ะ
วันหลังฉันคงเข้ามาปลุกนายในห้องไม่ได้แล้วนะ หัดตื่นเองให้ได้ล่ะกัน"
ผมพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาตามที่เขาสั่ง และเมื่อแน่ใจว่าประตูปิดสนิทดีแล้ว
"รอไปเถอะไอ้มนุษย์ลุง!!!"
.
.
.
“ช้าจังนะ
นายเป็นผู้หญิงหรือไงไดจัง 555” ว่าไงนะ!!!นั้นเป็นคำที่ผมเกลียดที่สุดเลยนะ!!
เป็นผู้หญิงงั้นหรอ เขาดูเหมือนตรงไหนกัน ออกจะผู้ชายแมนๆ หมอนี้ต่างหาก
หน้าตาก็หวานเหมือนเด็กผู้หญิงไม่มีผิด ไหนจะนิ้วเรียวๆนั้นอีก
พวกเด็กผู้หญิงแถวบ้านผมยังต้องอาย
นี้ผมกำลังโดนคนที่โคตรผู้หญิงเนี่ยด่าว่าผมเป็นผู้หญิงอยู่หรอ!!!!
“ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ
ขอโทษด้วยล่ะกัน ที่คนอย่างผมต้องมาเป็นภาระคุณแบบนี้”
ผมพูดพลางยกยิ้มแบบขอไปทีให้ไอ้โคตรผู้หญิงตรงหน้า
อย่าให้อาริโอกะปล่อยโหมดดาร์กตั้งแต่วันแรกสิอิโนโอะจัง! -*-
“โกรธแล้วหรอ
ฮ่ะฮ่ะ! ที่บ้านเป็นยังไง ก็ทำตัวแบบนั้นออกมาเถอะ ไม่ต้องแอ๊บใสๆ
เรียกอิโนโอะซังแบบตอนนั้นหรอกนะ ยังอยู่กันไปอีกนาน
ผมก็มีโหมดที่คุณยังไม่รู้เหมือนกันนะ ถ้าเผื่ออยากรู้น่ะ”
“งั้นก็ไปกันเถอะ
ที่ที่นายจะพาไปน่ะ” ผมทนมนุษย์ลุงที่พล่ามบ้าๆบอๆแบบนี้ได้ไม่นานหรอกนะ
ผมรีบยัดตัวเข้าไปในรถเพื่อยุติการสนทนาแสนน่าเบื่อของคนที่แก่กว่าเขาแค่ไม่กี่ปี
เอ๊ะ! จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รุ้เลยด้วยซ้ำว่าเขาเรียนอยู่ปีอะไร แต่ช่างกระไรใครสน. หึ!
อิโนะจังก้าวขึ้นมาในรถ
แล้วจะสตาร์ตรถก่อนจะทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ผมมองใบหน้าด้านข้างของเขา
ไม่มีสีหน้าอะไรที่แสดงว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ นี้เขาโกรธหรือเปล่า
ก็เขากวนประสาทก่อนไหมล่ะ ถึงผมจะเสียมารยาทก็เถอะ
ก็เขาบอกเองไม่ใช่หรอว่าให้เป็นตัวของตัวเอง แล้วไงพอทีนี้ก็ไม่พอใจหรือไง
ผมเมินหน้าออกไปทางหน้าต่างรถ แบบหน่ายๆ
“หึหึ
ฉันไม่ใช่โกรธคนง่ายแบบนั้นสักหน่อย”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”
ผมพูดทั้งๆที่ยังเบือนหน้าหนีออกจากบรรยากาศบ้าๆในรถนี้
“ขอโทษนะสีหน้านายมันฟ้องน่ะ
ไดจัง”
“อย่ามาพูดบ้าๆ
นายจะเห็นหน้าฉันได้ไง”
“กระจกน่ะ
กระจก มืดๆแบบเนี่ยมันสะท้อนสีหน้านายชัดเชียวล่ะ”
“ช่างฉันเถอะน่ะ
ฉันจะคิดยังไงมันจะอะไรนักหนา นายขับรถก็มองถนนไปสิ จะมามองหน้าฉันทำไมว่ะ จิ๊!”
“ก็ถนนมันไม่น่ามองเท่านายนี้..." ตอนนี้หน้าผมคงเหวอแบบเก็บอาการไม่อยู่แน่ๆ นี่ผมกำลังอยู่บ้านเดียวกับเกย์ใช่ไหมมมมมม ผมจะกลับไปฟ้องแม่ ผมจะย้ายๆ
“55555555 นายนี้อ่านออกง่ายชะมัด กำลังคิดว่าฉันเป็นเกย์สินะ” นอกจากเป็นเกย์
แล้วยังจะมีพลังจิตอีกหรอ ผมกำลังอยู่กับตัวอะไรเนี่ย!!!
เขาเลี้ยวรถเข้าไปจอดในร้านที่ตกแต่งอย่างน่ารัก
มันก็เหมาะกับหน้าหวานๆของไอ้โคตรผู้หญิงนี้ดูอยู่หรอกนะ แต่กับผมน่ะมันไม่ใช่เลย
ผมเคยเห็นแต่พวกเด็กผู้หญิงมอต้นเท่านั้นแหละที่เดินเข้าร้านประเภทนี้น่ะ
“ตามมาสิ
นายจะกินยุงอยู่ตรงนี้หรือไง” ผมเดินตามไปอย่างว่าง่าย
แต่หน้าผมมันขัดแย้งกับการกระทำสุดๆล่ะนะ
แต่เชื่อเถอะว่ายังไงความหิวก็ชนะเสมอแหละฮะ = =
“นี้ยามะจังลูกเจ้าของร้าน”
อิโนะจังพุดพลางผายมือเพื่อแนะนำตัวคนที่ยืนอยู่ตรงหลังเคาเตอร์ ตากลมโต
ใบหน้าขาวเนียนรับกับทรงผมสั้นๆที่ยาวละไปตามผิวเนียนละเอียดนั้น แฟนอิโนะจังหรอ
ถึงจะบ้าๆบอๆแต่ตาถึงใช่เล่นแหะ ผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนแบบไหนนะ
ถึงจะทนกับพฤติกรรมของหมอนี้ได้น่ะ
“รอยยิ้มกระลิ้มกะเหลี่ยนั้นนะมันยังไงกัน
ไดจัง ยามะจังเป็นลูกชายเจ้าของร้านนะ”
อิโนโอะจังเน้นหนักคำว่า ‘ลูกชาย’ ว่าไงนะ!!!! ลูกชาย
เธอเป็นผู้ชายหรอ เอ๊ะ! ต้องเรียกว่าเขาสินะ -0-
“ขอโทษนะครับยามะจัง”
ผมรีบโค้งตัวเพื่อขอโทษเป็นการใหญ่
“55555 ไม่เป็นไรหรอก
ผมชินแล้วล่ะ เอ่อ… เดี๋ยวผมให้ยูโตะพาไปที่โต๊ะเลยล่ะกันนะครับ”คนหน้าสวยเรียกชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เพิ่งเสิร์ฟอาหารให้กับแขกเสร็จเมื่อสักครู่
“นายพาอิโนะจังเข้าไปที่โต๊ะประจำแล้วก็รอรับออเดอร์มาเลยนะ”
“โอเคครับ”ชายร่างสูงทำท่าตะเบ๊ะแบบทะเล้นๆ
ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญผมและอิโนะจังให้เดินตามเข้าไปโต๊ะในสุด “นี้เมนูครับ”เมนูถูกยื่นมากลางโต๊ะ
อิโนะจังเลื่อนเมนูมาตรงหน้าผม
“ของฉันเหมือนเดิมนะ”
“เอ่อ
ของผมเอาไอ้นี้ละกัน” ผมชี้เมนูที่คิดว่าน่ากินที่สุดแล้วยื่นให้บริกรหนุ่มดู
“เสต็กปลาแซลมอลไวท์ซอสสองที่นะครับ”บริกรทวนเมนู ก่อนอิโนะจังจะพยักหน้ารับ “รับเป็นน้ำอะไรดีครับ”
“น้ำฝรั่งสดปั่นล่ะกัน
ไม่ต้องใส่น้ำหวานเพิ่มนะ”หมอนี่สั่งอย่างกับผู้หญิงไดเอตอย่างนั้นแหละ
“ผมขอสตอร์เบอรี่ปั่นล่ะกันครับ”
ผู้ชายแมนๆเขาไม่แคร์หรอกว่ามันจะหวานหรือเปล่า จริงไหมล่ะฮะ -..-
พอเมนูมาเสิร์ฟผมก็ก้มหน้าก้มตากิน
อย่างไม่สนใจคนข้างหน้า ถึงผมไม่มองก็รู้หรอกว่าเขายังไม่ลงมือกินเลย
แถมยังมัวแต่เท้าคางมองผมกินอีกต่างหาก
หมอนี่นี้ทำไมชอบทำตัวน่าหงุดหงิดได้ขนาดนี้นะ
หลังจากที่ผมกินเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมามองอิโนะจังอย่างเอาเป็นเอาตาย
“นายจะไม่กินงั้นหรอ งั้นฉันขอ” ผมว่าพลางดึงจานใบใหญ่ให้เลื่อนมาตรงหน้า อิโนะจังยื่นนิ้วเรียวมาดีดที่หน้าผากผมอย่างแรง
อีกแล้ว! เป็นอะไรกับหัวกับหน้าผากผมหรือไง ไม่ลูบหัวก็มาตีหน้าผาก
ล่าสุดดีดหน้าผากผมอีกแน่ะ คนมีปมด้อยก็อย่างนี้ล่ะนะ ผมจะพยายามเข้าใจ
“อยากกินอีกก็สั่งสิ”
“ฉันไม่ได้อยากกินอีกสักหน่อย
แค่เห็นนายไม่กิน เสียดายของแย่” ผมดูดน้ำสตอร์เบอรี่ในมือแทน
เพราะอาหารที่เพิ่งยึดมาเมื่อกี้ เจ้าของเขาทวงคืนไปแล้วนี่นา
“งั้นเอาขนมหวานหน่อยไหม
ร้านนี้ของหวานอร่อยๆเยอะเลยนะ เผื่อนายสนใจ” อิโนะจังพูดเสร็จก็กวักมือเรียก
บริกรที่ เอ่อ… ชื่อว่ายูโตะล่ะมั้ง เพื่อมารับออเดอร์อีกครั้ง
“ฉันอยากได้ของหวานน่ะ มีอะไรแนะนำไหม”
“วันนี้มีพุดดิ้งวานิลลากับวิ้ปปิ้งสตอร์เบอรี่ครับ
เมนูนี้ยามะจังเป็นคนคิดเองเลยนะครับ”
“อืมมม
สตอร์เบอรี่สินะ งั้นเอามาสองที่เลยล่ะกันนะ”
“ครับผม
พุดดิ้งวานิลลาวิปสตอร์เบอรี่ 2 นะครับ”
.
.
.
"เมนูพิเศษมาแล้วครับ"
"คงจะพิเศษจริงๆสินะ ขนาดคนมาเสิร์ฟยังพิเศษเลย"
"จะว่าไงดีล่ะ ก็เมนูนี้อิโนะจังสั่งเป็นคนแรกเลยน่ะสิ แหะๆ ถ้ายังไงติชมได้เลยนะ 2จานนี้ผมไม่คิดเงินหรอกครับ"ยามะจังยังไม่ทันพูดจบ อิโนะจังก็ยัดพุดดิ้งที่ป้ายวิปครีมยัดเข้าปากไปคำโตๆ เจ้าของเมนูก็ได้แต่จ้องตาปริบๆเพื่อหวังคำชมจากคนตรงหน้า
"ผมชอบรสเปรี้ยวๆของสตอร์เบอรี่นะ"
"นั่นน่ะไม่ใช่คำชมหรอกนะอิโนะจัง"คนหน้าหวานเอื้อมมือไปปาดวิปครีมที่ติดอยู่ตรงขอบปากของคู่สนทนา"กินเลอะเป็นเด็กไปได้ ไม่เคยเปชี่ยนไปเลยจริงๆสินะ อิโนะจังเนี่ย"
"ผมไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงล่ะมั้ง อีกอย่างผมก็นู้ว่าถึงจะกินเลอะไปถึงหู ยามะจังก็ต้องเช็ดให้แน่ๆ^^"
บางทีผมคงไม่ได้เลี่ยนของหวานที่เพิ่งมาเสิร์ฟได้ไม่นานนี้หรอก แต่คงเป็นเพราะ 2 คนตรงหน้านี้มากกว่า บางทีไดกิก็คิดนะ...ว่าอิโนะจังยังเห็นผมกับนายบริกรอยู่ตรงนี้หรือเปล่า- -
ผมรีบจัดการกับของตรงหน้า ถึงจะบอกว่าไม่อยากกินอะไรอีกก็เถอะ แต่บรรยากาศแบบนี้ ผมไม่ควรมีส่วนร่วมด้วยเลยสักนิด อีกอย่างว่ากันตามจริง ปลาแค่ชิ้นเดียวมันไม่พอยาไส้ผมหรอก คิดถึงอาหารฝีมือแม่สะแล้วสิ
อาหารแพงๆพวกนี้ยังไงก็สู้แม่ผมไม่ได้เลยสักนิด
“หิวจนร้องไห้เลยหรอ”
อิโนะจังหยิบผ้าเช็ดหน้า แล้วเอื้อมมือมาซับน้ำตาที่กำลังจะหยดเผาะลงมาในไม่ช้า
“จะบ้าหรือไงกันเล่า
ใครจะไปร้องไห้เพราะเรื่องแค่นั้นกัน”ยามะจังที่มองผมแบบอึ้งๆ ก็ถูกบริกรคนเดิมที่ยืนเฝ้ามองสถานการณ์มาสักพัก ดึงตัวให้ออกไปจากโต๊ะนี้อย่างรู้งาน
“คิดถึงบ้านหรอ”
ผมพยักหน้าอย่างว่าง่าย เก๊กไปมันก็เท่านั้นแหละ หมอนี้มันมีพลังจิตอยู่แล้วนิ
สู้ยอมรับไปง่ายๆดีกว่า “มีฉันอยู่ทั้งคน ฉันบอกแล้วไงจะเป็นพี่ชายให้นายเอง
อีกอย่างถ้าหยุดยาวๆ เดี๋ยวฉันพานายกลับบ้านก็ได้
ไม่ใช่ว่านายจะติดแหงกอยู่ที่นี้ไปตลอด 3 ปีสะเมื่อไรล่ะ”
“จริงนะ
นายพาฉันกลับบ้านได้จริงๆนะ”
“ฮาฮ่า
ฉันจะโกหกทำไมล่ะ อีกอย่างฉันก็อยากไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างล่ะนะ
ยิ่งมีบ้านคนรู้จักอยู่ด้วยก็มีไกด์ส่วนตัวด้วยดีออก”
“แน่นอน
ฉันจะพานายไปเที่ยวให้ไม่ซ้ำที่เลยล่ะ
หลังจากนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะอิโนะจัง”จะว่าไงดีล่ะ
มันรู้สึกสบายใจขึ้นเป็นกองเลยล่ะ ไอ้ท่าทีสบายๆของเขาน่ะ
จะยอมเป็นน้องชายที่ดีให้ก็ได้นะ โอนี่จังงง
.
.
.
-ปัจจุบัน-
ระหว่างที่ผมเดินกลับจากโรงเรียนพวกเราก็แวะกันที่ซุปเปอร์มาเก็ตเพราะวันนี้ฮิคารุจะนอนค้างที่
อพาร์ตเมนผมล่ะ แล้วเราจะมีปาร์ตี้ชาบูกันด้วย ผมไม่ได้กินมื้อใหญ่ๆแบบนี้มานานแล้วล่ะ ปกติไม่ข้าวออมเล็ตก็อาหารสำเร็จรูปล่ะนะ
ผมถึงได้ตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยล่ะ
“โมชิ โมช
ว่าไง” ฮิคารุรับโทรศัพท์แล้วเดินแยกออกไปคุย น้ำเสียงร่าเริงแบบนั้นน่ะ สาวๆสินะ -
-
ผมหวังว่ามันจะไม่ล่มนะ -3- หลังจากเขาวางโทรศัพท์ก็เดินตรงดิ่งมาหาผม
และอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ฉันต้องการคำพูดที่ไม่ทำให้อารมณ์ฉันติดลบนะฮิคารุ”
ฮิคารุทำหน้าแหยะๆ
“ขอโทษ
จริงๆนะไดจัง”
“แบบนี้ทุกทีเลยอ่ะฮิคารุ
นี่ฉันก็น้อยใจเป็นนะ นานทีแท้ๆ นายไม่ให้ความสำคัญกับเพื่อนเลยสินะ”
ผมเบือนหน้าหนีไม่อยากมองหน้าเขาตอนนี้หรอก ก็ตามันร้อนไปหมดแล้วนี่
“งั้นฉันโทรยกเลิกอิโนะจังก็ได้นะ
ฉันแค่ชวนเขามากินด้วย เพราะคิดว่าจะตอบแทนเรื่องรายงานนะ แต่ถ้านายไม่สะดวกก็…”
“เห๊ะ!! ฉันนึกว่านายจะหนีไปกับบรรดากิ๊กนายสะอีก”
“จะบ้าหรอ
ก็คราวนี้รับปากไว้แล้วนี้หนา ไม่เบี้ยวหรอก แล้วเรื่องอิโนะจัง…”
“ชวนมาแล้วนี่นา
อีกอย่างนายก็ต้องเลี้ยงอยู่แล้ว ตามใจเจ้ามือสิค้าบบบบ”
.
.
.
“แล้วอิโนะจังบอกจะมากี่โมงกันล่ะ
ถ้าเตรียมของเสร็จฉันไม่รอแล้วนะ หิว -3-” พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงออดก็ดังขึ้นมา
“มาแล้วครับ”อิโนะจังเดินแทรกตัวเข้ามา
พร้อมกับหิ้วถุงพะรุงพะรัง มาวางแหมะไว้กับพื้น “ฉันซื้อเบียร์มาน่ะ
กินกันหน่อยไหม”
“นายคิดจะมอมไดจังหรออิโนะจัง”คนถูกถามหัวเราะอย่างพอใจ
“บ้าหรอ
ฉันรู้หรอกว่ามอมไดจังไปก็เปลืองเบียร์เปล่าๆ 55555555
สู้เอาเหล้าแรงๆกรึ้บเดียวง่ายกว่าเยอะ”
“ไม่ตลก”
ผมว่าหน้าตาผมตอนนี้มันต้องประหลาดมากแน่ๆ ก็ประโยคเมื่อกลางวัน
มันยังทำให้หน้าผมร้อนผ่าวๆไม่หายเลยนี่นา แล้วยังต้องมาทำหน้าเรียบเฉยใส่เขาอีก
ถึงจะเก็กขนาดไหน แต่หมอดูพลังจิตแบบเขาน่ะ == มันน่าโมโห
“ล้อเล่นนา
ก็เห็นว่าวันนี้จะค้างที่นี้เลย กินให้มึนๆสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก”
“ใครบอกให้อิโนะจังนอนด้วยกัน
จิ๊!”
“เอาน่าไดจัง
ไม่เห็นเป็นไรเลย อยู่กันเยอะๆสนุกดีออก”
“เออๆ
ยังไงก็ได้ ตอนเช้ามาจะได้มีคนช่วยล้างถ้วยชาม
พอถึงเวลานั้นถึงอยากกลับฉันก็ไม่ให้กลับหรอกนะ”
“ได้ครับผม”อิโนะจังทำท่าตะเบ๊ะทั้งๆที่ยังกำกระป๋องเบียร์ไว้แน่น
.
.
.
กว่าจะกินเสร็จก็ปาไปเกือบ
4 ทุ่ม ฮิคารุกับอิโนะจังนอนแผ่หลาอย่างหมดฤทธิ์
ผมผู้เหลือรอดอยู่คนเดียวก็ต้องจัดการหาหมอน หาผ้าห่มมาให้
ผมจัดการยัดหมอนลงไปใต้หัวของอิโนะจัง แต่เหมือนคนที่ไม่สิ้นฤทธิ์ดี
ดึงมือผมเขาไปแนบกับแผ่นอกกว้างของเขา ผมพยายามยื้อยุดอยู่สักพัก แต่ก็ไม่เป็นผล
นี้ขนาดเขาหลับอยู่นะ เฮ้อออ ผมได้นั่งถอนหายใจอย่างหน่ายๆ
“ไม่ได้หลับสักหน่อย”
“เอ๊ะ!” ผมรีบดึงมือออกมา แต่ก็เหมือนเดิมนั้นแหละ ==
“ขอบคุณนะ
ไดจัง”
“มันก็ปกติไม่ใช่หรอ
เดี๋ยวฉันต้องไปทำให้ฮิคารุอีก นายก็ปล่อยมือฉันได้แล้ว”
อิโนะจังคลายกำลังที่เคยบีบแน่นบนข้อมือผม ผมจึงผละหลุดออกมาได้
“ไดจังน่ะ
ทำไมถึงต้องออกมาอยู่คนเดียวด้วยล่ะ ฉันได้ยินมาจากฮิคารุนะ
ว่านายกินแต่ข้าวออมเล็ตอะไรนั้นกับพวกอาหารสำเร็จรูปทุกวันเลย
ถ้าลำบากก็กลับมาอยู่บ้านสิ”
“ไม่ลำบากสักหน่อย
ชีวิตเด็กเตรียมเอนท์มันก็แบบนี้แหละ นายก็รู้ ฉันไม่มีเวลามาจัดแจงอาหารมากมายขนาดนั้นหรอกนะ
อยู่คนเดียวมันก็มีสมาธิดีด้วยล่ะ”
"เพราะอย่างนั้นไม่ใช่หรอไดจังถึงควรมีฉันไง ฉันทำกับข้าวให้ไดจังได้นะ จะกี่มื้อเดี๋ยวเคย์ทำให้ได้หมดเลย"
"ขอบคุณนะ บางทีเราแค่ต้องการสมาธิมากๆๆๆแค่นั้นเอง อีกอย่างถ้าเคย์ทำงานไม่เสร็จ ต้องปั่นโปรเจ็ค เราก็คงอดใจไม่ไหวที่ต้องไปช่วยทุกที จริงไหมล่ะ"
"งั้นเคย์จะไม่ปั่นงานแบบไฟลนก้นอีกแล้ว เอ้า!!"
"อย่าสัญญาอะไรที่เป็นไปไม่ได้เลยเคย์ นายบังคับอาจารย์นายไม่ได้สักหน่อย 555"
“คงไม่ใช่คำพูดบ้าๆของฉันตอนนั้นใช่ไหม นายถึงปฏิเสธฉัน"
"ไม่เกี่ยวหรอก ฉันรู้นายไม่ได้จริงจังหรอก ใช่ไหมล่ะ"
"นายน่ะอยากกลับมาเมื่อไรก็ได้ทุกเมื่อเลยนะ”
“อืม
รู้แล้วน่า มันก็แค่เวลาสำหรับเด็กเอนท์นั้นแหละ ถ้าฉันติดมหาวิทยาลัยเดียวกับอิโนะจังเมื่อไร
จะรีบย้ายกลับไปเลยล่ะ”
“สัญญานะ”
“อืม
สัญญาสิโอนี่จังงง” ถึงผมจะอ่านสีหน้าคนไม่เก่ง
แต่ผมรู้สึกได้นะว่ารอยยิ้มของอิโนะจังมันไม่เป็นธรรมชาติเหมือนทุกที…แต่แบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ
.
.
.
-inoo’s part-
"นายน่ะอยากกลับมาเมื่อไรก็ได้ทุกเมื่อเลยนะ"
“อืม รู้แล้วน่า มันก็แค่เวลาสำหรับเด็กเอนท์นั้นแหละ ถ้าฉันติดมหาวิทยาลัยเดียวกับอิโนะจังเมื่อไร จะรีบย้ายกลับไปเลยล่ะ” คุฯจะคิดว่ามันเกินไปไหม แค่คำพูดไม่กี่คำของไดจัง มันทำให้ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ
“สัญญานะ” น้ำเสียงผมตอนนี้ล่ะ มันจะเว่อร์ไปหรือเปล่า
“อืม สัญญาสิโอนี่จังงง” ฮาฮ่า จริงสินะ ผมมันก็แค่พี่ชาย....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น