“รู้ตัวสักทีสิไดจัง
เต๊าะจนไม่รู้จะเต๊าะยังไงแล้วนะโว้ย!!!”
.
.
.
.
“ห๊ะ!? นายว่าไงนะ”
“ฉันลืมเอารายงานมาอ่ะไดจัง” ฮิคารุพนมมือไหว้ปรกๆให้กับคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ
“งั้นเอาไงอ่ะ ส่งวันนี้แล้วด้วยนะฮิคารุ!! นายอ่ะ
โห้ยยย” ไดกิพูดขึ้นอย่างหัวเสีย
ก็รายงานเล่มนี้เขาตั้งใจทำมากเลยน่ะสิ เพราะมันเป็นเรื่องที่เขาสนใจ
สนใจมานานแล้วด้วย
“ยาบุไง เขาเป็นถึงประธานนักเรียน
ห้องสภาน่าจะมีเครื่องปริ้นอยู่นะ เดี๋ยวฉันเมลล์ไปถามก่อนล่ะกัน”
“ไม่รู้ไม่ชี้ด้วยหรอกนะ” ไดกิบู้ปาก
แล้วเมินหน้าหนีออกไปอีกทาง ไม่สนใจคนที่กำลังกดโทรศัพท์ยิกๆอยู่ข้างๆ
ไดกิชอบที่จะนั่งริมหน้าต่างอยู่แบบนี้เสมอ
เวลามีอะไรที่ทำให้เขาต้องคิดมาก
พอเห็นต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเงาอยู่เสมอแบบเจ้าต้นนั้นน่ะ
มันทำให้จิตใจสงบขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดเชียวล่ะ
เอ๊ะ!! ไดกิยังคงมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ภาพที่เห็นก็คือชายหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีโบกไม้โบกมือแกว่งรายงานอยู่เล่มนึง
แล้วคงเดาไม่ยากเลยว่านั้นน่ะมันเป็นรายงานของเขาที่ฮิคารุลืมไงล่ะ มือเล็กๆของไดกิเขย่าแขนฮิคารุอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ฉันเข้าใจว่านายโกรธฉัน
แต่ฉันกำลังพิมพ์เมลล์หายาบุอยู่นะโว้ย!!”
“นู้นๆอ่ะ นู้นๆ” ไดกิพยักเพยินให้คนข้างๆ หันมาสนใจในสิ่งที่เขาพยายามจะบอก
“อิโนะจังนี่ เห้ย!!
นั้นรายงานของพวกเรานิ” ฮิคารุลุกพรวดพราดออกจากโต๊ะประจำของเขา
พร้อมกึ่งลากกึ่งจูงไดกิที่กำลังอึ้งๆ กับพฤติกรรมของเพื่อนสนิท
.
.
.
“เห้ย!! ขอบคุณมากนะ อุตส่าห์เอารายงานมาให้
แล้วนี้นายไม่มีเรียนหรือไง”
“ก็มีอยู่หรอก แต่บ่ายๆนู้นแหละ
เมื่อเช้าเห็นคุณป้าโวยวายใหญ่เลยเรื่องที่นายลืมไอ้นี้น่ะ”
อิโนโอะยื่นรายงานเล่มสำคัญตีหัวคนตรงหน้าดังป้าบ!
ก่อนจะหันมายิ้มให้คนที่หลบอยู่หลังเพื่อนอย่างไดกิ
“มหาวิทยาลัยนายมันคนล่ะทางเลยนี่นา รู้สึกผิดแหะ
เอาไว้ว่างๆ จะพาไปเลี้ยงเนื้อย่างล่ะกัน”
“ฉันต่างหากที่ติดหนี้นายอยู่น่ะ
แค่แม่นายเรียกฉันไปกินข้าวด้วยทุกวัน ฉันก็เกรงใจจะแย่
อีกอย่างฉันก็มีธุระแถวนี้พอดี แค่แวะมาเฉยๆ”ฮิคารุพยักหน้าอย่างเข้าใจ
พร้อมออกปากว่าคงต้องกลับไปเรียนแล้ว
หลังจากฮิคารุที่จูงมือเพื่อนสนิทอยู่
หันหลังเตรียมจะเดินขึ้นไปยังอาคารเรียน
“นายน่ะ ยิ้มออกจะน่ารักนะ
อย่าทำหน้าหง่อยๆแบบนั้นสิ ฉันไม่ชินเลยไดจัง” อิโนโอะป้องปากตะโกนไล่หลังไป
ทำเอาคนที่ได้ยินชะงักไปชั่วครู่ จากที่เป็นคนถูกลากกลับกลายเป็นคนลากเพื่อนไปเสียเอง
"ใครเขาจะบ้ายิ้มได้ตลอดเวลาเล่า!!"
ทำเอาฮิคารุอดขำกับปฏิกิริยาของเพื่อนไม่ได้ ก็แก้มแดงๆนั้นน่ะ
มันซ่อนไม่มิดหรอกนะไดจังงง
.
.
.
.
“ขำบ้าอะไรของนายฮิคารุ
เรื่องรายงานฉันยังไม่คิดบัญชีกับนายเลยนะ”
“เอาน่า ก็ได้มาแล้วนี้ไง” ฮิคารุโบกรายงานไปมา
”แหม่ ก็อิโนะจังอุตส่าห์ช่วยหาข้อมูลให้เลยนี้เนอะ เรื่องสถาปัตยกรรมที่นายสนใจน่ะไดจังงง”
“น้ำเสียงแบบเนี่ย นายต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ยา
โอ โต เมะ”
“เปล๊า” ฮิคารุปฏิเสธเสียงสูงอย่างกวนโอ๊ย
“เหอะๆ” ไดกิเบนหน้าไปทางหน้าต่าง
จุดรวมสายตาเดิมๆของเขานั้นแหละ ต้นไม้ต้นนั้น
.
.
.
.
-เช้าก่อนไปโรงเรียนของฮิคารุ-
“ฮิคารุตื่นหรือยังลูก!
ไปตามอิโนะจังให้มากินข้าวด้วยล่ะ”
“ตื่นแล้วฮะ
ผมจะลืมลูกชายคนสำคัญของแม่ได้ไงล่ะ” ฮิคารุพูดขำๆ ล้อเลียนผู้เป็นแม่
แล้วก็วิ่งลงบันได เปิดประตูพรวดพราดไปเกาะที่รั้ว เพื่อเรียกเพื่อนบ้านของเขาให้มากินข้าวด้วยกันเหมือนเช่นทุกเช้า
“อิโนจางงงงงง มากินข้าวได้แล้ว”ฮิคารุตะโกนออกไปอย่างไม่เกรงใจ
“โทษทีๆ
ความจริงไม่เห็นต้องมาชวนตลอดเลยนี่นา แอบเกรงใจนะเนี่ย” อิโนโอะ ยิ้มออกมาแบบเกรงใจ
ก็คุณนายยาโอโตะเมะอุตส่าห์ออกปากชวน เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้สักครั้งเลยล่ะ
มันเลยกลายเป็นกิจวัตรซ้ำๆ ที่กลายเป็นเรื่องธรรมดาของอิโนโอะแล้วล่ะ
บ้านที่มีแค่เขาคนเดียว กับเพื่อนบ้านที่เป็นยิ่งกว่าครอบครัวของเขาสะอีก
“นายต่างหาก
เลิกเกรงใจได้แล้ว ชินสักทีสิว่ะ รีบๆเถอะ วันนี้ฉันต้องเอารายงานนั้นไปส่งล่ะ” ฮิคารุพูดก่อนจะหันตัวกลับเข้าไปในบ้าน
อิโนโอะรีบเดินตามเพื่อนบ้านที่เจ้ากี้เจ้าการ
.
.
.
.
หลังจากที่พวกเขากินข้าวเสร็จแล้ว
ฮิคารุก็เดินไปหยิบข้าวกล่องของเขา
อิโนโอะซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารก็เห็นรายงานเล่มสำคัญที่วางไว้ข้างกระเป๋านักเรียน
เขาเกิดนึกสนุกอะไรบางอย่างออกมา จึงแอบหยิบรายงานเล่มนั้นออกมา แล้วก็ลากลับไปบ้าน
“เอาว่ะ!!
เมื่อไม่มีโอกาส ก็ต้องสร้างโอกาสด้วยตัวเอง!!”
…………………………………_________________________.................................................
ชายขี้เต๊าะ Vs ไดจังจอมซึน << ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก
แล้วใครล่ะที่จะเป็นผู้ชนะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น